เปลที่ผมนอนเป็นเปลไม้แบบนี้แต่ไม่มีขาข้างล่าง 4 ขาแบบในรูป เอแล้วจะใช้ยังไงล่ะ คุณพ่อผมเอาเชือกผูกสี่มุมของเปลแล้วผูกกับคานไม้ของบ้านที่รับพื้นชั้นบนให้คุณยายผมไกวเปลให้แทน
เวลานอนกลางวันของผมนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมเบื่อมากๆเลย ปกติผมจะง่วงแค่หลังกินข้าวกลางวันพักเดียวสักไม่เกินครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ตาสว่างแล้ว แล้วคุณยายผมก็ดุถ้าไม่นอนนานๆด้วย ผมเลยต้องจำใจนอนในเปลไปก่อนสักพักนึง รอจนเปลมันไม่ไกวเพราะคนไกวเปลคือคุณยายท่านหลับแล้ว ผมก็จะค่อยๆปีนเปลลงมาแล้วหนีไปเล่นกับเพื่อนต่อ เป็นแบบนี้ทุกวันจนคุณยายแกเลิกตีเพราะห้ามไปก็เท่านั้น
ที่แน่ๆสำหรับเด็กเล็กๆตอนปีนเปลลงมานั้นมันสุดเสียวมากๆโดยเฉพาะตอนที่ลองปีนลงมาครั้งแรกๆ กลัวตกก็กลัวถ้าจับไม่ดีหัววัดพื้นแน่ๆ แล้วก็ต้องระวังเตียงพลิกถ้าโหนแรงลงมาด้วยก้จะเจ็บตัวอีกเหมือนกัน
คนอะไรเน้อซนได้ตลอดเวลาสิน่า
มองเห็นรูปประกอบนี้แล้วคงนึกออกว่าทำไมเด็กเล็กๆถึงได้กลัวเพราะตอนผมเด็กนั้นก็กลัวมากๆตอนแรก ก็คุณอาผมคนนึงท่านเรียนทางด้านสาธารณสุขแล้วต้องเรียนเรื่องanatomyด้วยท่านเอาโครงกระดูกทั้งตัวของอาจารย์ใหญ่มาไว้ที่บ้านเพื่อท่องจำส่วนต่างๆ สำหรับเด็กอย่างผมแน่นอนเวลาเข้าไปในห้องคุณอาที่อยู่ชั้นล่างของบ้านนี้ ผมอดไม่ได้ที่จะต้องมองโครงกระดูกก่อนทุกครั้ง บรื้อๆๆๆ แต่ก็ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในบ้านนี้เลยตลอดการอาศัย
ของคุณพ่อผมต่างจากรูปนี้หน่อยเดียวตรงจอจะยาวอยู่เหนือปุ่มกลมๆเท่านั้นเอง ตู้คล้ายๆกันขนาดใหญ่กว้างสัก2ฟุต ลึกประมาณ1ฟุตครับ
ก่อนถึงห้องครัวที่ผมถูกเจ้าแมวตัวแสบกัดและข่วนหน้าเอาตอนผมเด็กๆ จะเป็นห้องรับประทานอาหารของครอบครัวผมจำได้ว่าเป็นโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมเอาผ้าพลาสติกมาคลุมกันเปื้อนเวลามีอาหารหกเลอะเทอะจะได้เก็บความสะอาดได้ มีเก้าอี้อยู่รอบเป็นเก้าอี้โครงเหล็กกลมๆทาสีเขียวตุ่นๆมีสนิมขึ้นด้วย ที่จำได้ว่ามีสนิมเพราะผมเป็นเด็กมือบอนชอบไปลอกสีขาเก้าอี้ออกประจำ หลังห้องมีหน้าต่างติดกันยาวเป็นบานไม้ ผมชอบเปิดหน้าต่างหมดทุกบาน แล้วมองไปหลังบ้าน...